พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของทวีปแอฟริกา

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของทวีปแอฟริกา

ประวัติความเป็นมาของทวีปแอฟริกา

              
  ถึงแม้ว่าทวีปแอฟริกาจะเป็นที่รู้จักกันทั่วไปมาก่อน
ในกลุ่มชาวยุโรปว่าเป็น ทวีปมืด หรือ กาฬทวีป (Dark Continent) ก็ตามแต่บริเวณตอนเหนือของทวีป เคยเป็นดินแดนที่ยอมรับกัน ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่เก่าที่สุด บริเวณดังกล่าวได้แก่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศยิอิปต์
             อารยธรรมอียิปต์ เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3,500 ปี ก่อนคริสต์กาล ความเจริญของอียิปต์บางอย่าง มีส่วน เสริมสร้างและเป็นรากฐานความเจริญของอารยธรรมยุโรปด้วย ผลงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม ของชาวอียิปต์นับว่าเด่นกว่าของชนชาติใด ๆ ในสมัยเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะหรือวัฒธรรม วิวัฒนาการ ของปกครองของชาวอียิปต์ ที่เริ่มต้นจากการรวมตัวเป็นหมู่บ้านในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มาเป็นสองอาณาจักรและรวมเป็นประเทศ รวมทั้งความสามารถในการจัดระบบการปกครองของกษัตริย์ ที่เน้นการดึงอำนาจมาสู่ศูนย์กลาง มีผลทำให้อียิปต์มีระบบการปกครองที่มั่นคงอย่างยิ่งในสมัยโบราณชาวอียิปต์เป็นชนชาติแรกที่ให้มรดกแก่โลกทางด้านวัฒนธรรมภาษา กล่าวคือ เป็นชนชาติแรกที่ประดิษฐ์ตัวอักษรตัวอักษรอียิปต์รุ่นแรก คือ อักษรเฮียโรกลิฟฟิค (Hieroglyphic) มีลักษณะเป็นอักษรภาพ ความเชื่อในศาสนาโดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ซักนำให้ ชาวอียิปต์ค้นคว้าการทำมัมมี่ เพื่อเก็บรักษาศพมิให้เน่าเปื่อย เพื่อรอการกลับคืนมาของวิญญาณ และยังเชื่อมโยงไปสู่ผลงานที่เด่นที่สุดทางด้านสถาปัตยกรรม คือการสร้างพีระมิด ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บศพของฟาโรห์

             นอกจากนี้ชาวอียิปต์ยังมีความสามารถทางด้านการชลประทาน เลขคณิต เรขาคณิตและการแพทย์อีกด้วยอาณาจักรอียิปต์โบราณมีความเจริญรุ่งเรืองติดต่อกันมานานหลายพันปี จนกระทั่งระยะหลังได้ถูกต่างชาติสับเปลี่ยนกันเข้ามาครอบครอง อาทิเช่น อัลซีเรียน เปอร์เซียน กรีก โรมันโดยเฉพาะอาหรับที่เข้ามาครอบแทนที่โรมัน ใน ค.ศ. 1185 ซึ่งมีผลทำให้ดินแดนตอนเหนือของทวีปแอฟริการับถ่ายทอดวัฒนธรรมมุสลิมไว้ทั้งหมด ส่วนการสำรวจภายในทวีปแอฟริกา เริ่มมีอย่าจริงจังในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายหลังการปฎิวัติอุตสาหกรรมทำให้เกิดความต้องการแสวงหาแหล่งวัตถุดิบใหม่มาป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแหล่งเชื้อเพลิงใหม่คือน้ำมัน แหล่งแร่ทองคำ รวมทั้งแหล่งระบายพลเมืองที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวยุโรปจึงมีความเห็นว่าทวีปแอฟริกาน่าจะเป็นดินแดนที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ จึงเริ่มให้ความสนใจที่จะเดินทางเข้าไปสำรวจภายในทวีปเพื่อจับจองไว้เป็นอาณานิคม แทนที่จะเดินทางสำรวจชายฝั่งทะเลอย่างที่เคยกระทำมาเมื่อครั้งเริ่มแสวงหาเส้นทางเดินเรือไปยังทวีปเอเซีย ในคริสต์ศตวรรษที่    15 - 16  เบลเยียมเป็นชนชาติแรก ที่เริ่มเข้าไปบุกเบิก และได้ทำการจับจองบริเวณสองฝั่งแม่น้ำซาอีร์ (คองโก) ไว้ใน ค.ศ. 1876บรรดาประเทศในยุโรปทั้งหลาย อังกฤษและฝรั่งเศสนับว่าเป็นคู่แข่งขันสำคัญในการยึดครองดินแดนในทวีปแอฟริกา ดินแดนของฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปจนถึงทะเลทรายและฮารา ส่วนอังกฤษได้เข้าครอบครองบริบริเวณแอฟริกาทางเหนือ ตะวันตก ตะวันออก และจอนใต้ ซึ่งส่วนใหญ่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรมีค่า
               นอกจากนี้ประเทศอื่น ๆ เช่น อิตาลี สเปน เยอรมัน โปรตุเกส ได้พากันยึดครองดินแดนต่าง ๆ จนในที่สุดเหลือประเทศที่เป็นอิสระเพียง 2 แห่ง คือ ไลบีเรีย และเอธิโอเปีย เท่านั้นการแข่งขันในการแสวงหาอาณานิคมในทวีปแอฟริการดังกล่าวนำไปสู่ความขัดแย้งกันระหว่างประเทศมหาอำนาจ และเป็นสาเหตุหนึ่งของสงครามโลก ครั้งที่ 1 (ค.ศ.1914 - 1918)นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1939 - 1945 ) เป็นต้นมา ประเทศต่าง ๆในทวีปแอฟริกาต่างก็ดิ้นรนในการเรียกร้องเอกราชกันเรื่อยมา และต่างก็ประสบความสำเร็จในการปกครองตนเอง
              อย่างไรก็ตาม การที่แอฟริกาเป็นทวีปใหญ่ที่ประกอบด้วยประเทศใหญ่เล็กมากมาย จึงเป็นดินแดนที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ปัญหาสำคัญที่สุดคือปัญหา ทางเศรษฐกิจสังคมที่นำไปสู่การขาดความมั่นคง ทางการเมืองในหลายประเทศ นอกจากนี้ยังมีปัญหาอันเกิดจากนโยบายการแบ่งแยกผิว คือนโยบายอะพาร์ดไฮต์ (Apartheid) ในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ที่รัฐบาลเป็นคนผิวขาว และชนผิวดำไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งยังเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้มาในปัจจุบัน

 

 

ลักษณะธรณีวิทยา

-ลักษณะธรณีวิทยาของทวีปแอฟริกาได้พัฒนามานานกว่า 3,500 ล้านปีแล้วหินส่วนใหญ่ในทวีปนี้ประกอบด้วยหินอัคนี และหินแปรจำพวกหินไนส์ หินควอร์ตไซต์ เกิดมาตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบรียน เมื่อประมาณ 570 ล้านปีที่แล้ว
-ตามทฤษฎีทวีปทวีปเลื่อน เชื่อว่า เมื่อประมาณ 350 ล้านปีที่แล้วทวีปแอฟริกาคือผืนแผ่นดินกอนด์วานา ซึ่งเป็นแผ่นดินเดียวดับทวีปออสเตรเลีย ทวีปแอนตาร์กติด ทวีปอเมริกาใต้ เกาะมาดากัสการ์ คาบสมุทรอาหรับ และอนุทวีปอินเดีย ต่อมาแผ่นดินเคลื่อนตัวแยกห่างออกไป ขณะที่ทวีปแอฟริกายังอยู่ที่เดิม



-การเคลื่อนตัวของผืนแผ่นดินอื่นที่ออกห่างไปจากทวีปแอฟริกา ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ทางด้านธรณีวิทยาขึ้นในทวีปแอฟริกา ดังนี้
1.เกิดพื้นที่ชายฝั่งสูงชันขึ้นทางชายขอบทวีป



2.เกิดปรากฎการณ์ภูเขาไฟ
3.เกิดแนวเทือกเขาแอตลาส
4.เกิดทะเลขึ้นทางแถบชายขอบตอนกลางและตอนเหนือของทวีป ได้แก่ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอ่าวกินี
5.เกิดรอยแตกใหญ่และยาวในทิศเหนือและใต้บริเวณแอฟริกาตะวันออก ทำให้เกิดการทรุดตัวต่ำลง เช่นทะเลสาบวิกตอเรีย

 

ลักษณะทางกายภาพของทวีปแอฟริกา

-ที่ตั้ง ขนาด และอาณาเขต
ทวีปแอฟริกาตั้งอยู่ระหว่างประมาณละติจูด 37 องศา 21 ลิปดาเหนือ ถึง 34 องศา 52 ลิปดาใต้ และระหว่างลองจิจูด 51 องศา 26 ลิปดาตะวันออก ถึง 17 องศา 32 ลิปดาตะวันตก โดยมีเส้นศูนย์สูตรผ่านกลางทวีป ทำให้ครึ่งหนึ่งของทวีปแอฟริกาอยู่ทางซีกโลกเหนือและอีกครึ่งหนึ่งอยู่ทางซีกโลกใต้

ทวีปแอฟริกา (Africa) เป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองลงมาจากทวีปเอเชีย และใหญ่กว่าทวีปยุโรปถึง 3 เท่า ทั้งในแง่ของพื้นที่และจำนวนประชากร มีพื้นที่ 30,368,609 ตารางกิโลเมตร รวมหมู่เกาะที่อยู่ใกล้

อาณาเขตติดต่อ 




-ทิศเหนือ ติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีช่องแคบยิบรอลตาร์เป็นทางออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก คลองสุเอชและทะเลแดงเป็นทางออกสู่สมุทรอินเดีย พื้นที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางภาคเหนือของทวีปแอฟริกา เรียกว่า บาร์บารี (Barbary) ดินแดนทิศเหนือสุดของทวีปแอฟริกา เรียกว่า แหลมบง (Cope Bon) ประเทศตูนีเซีย
-ทิศตะวันออก ติดต่อกับทะเลแดง อ่าวเอเดน และมหาสมุทรอินเดีย เกาะในมหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ เกาะมาดากัสการ์ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ลำดับ 4 ของโลกรองจากเกาะกรีนแลนด์ เกาะนิวกินี และเกาะบอร์เนียว โดยมีช่องแคบโมซัมบิก คั่นระหว่างเกาะนี้กับดินแดนภาคพื้นทวีปเกาะอื่นๆ ได้แก่ หมู่เกาะมอริเชียส เกาะเซเชลส์ และเกาะคอโมโรส ดินแดนทิศตะวันออกสุดของทวีปแอฟริกา คือ แหลมราสฮาฟูน (Ras Hafun) ประเทศโซมาเลีย
-ทิศใต้ ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติก ดินแดนใต้สุดของทวีปแอฟริกา คือ แหลมอะกะลัส (Cope Agulhas) ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
-ทิศตะวันตก ติดต่อกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีอ่าวกินีเป็นอ่าวที่ใหญ่ตอนกลางทวีป เกาะสำคัญ ได้แก่ หมู่เกาะเคปเวิร์ด หมู่เกาะคานารี และหมู่เกาะมาเดียรา ดินแดนตะวันตกสุดของทวีปแอฟริกา คือ แหลมเวิร์ด (Cape Verde) ประเทศเซเนกัล


ลักษณะภูมิประเทศ

จุดเด่นของทวีปแอฟริกาคือ มีที่ราบสูงถึง 2 ใน 3 ของทวีป โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกของทวีป เป็นที่ราบสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 – 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีแนวภูเขาไฟที่ดับแล้ว มีแนวทะเลสาบขนาดใหญ่ แล้วจะลาดต่ำไปทางตะวันตก มีเกาะมาดากัสการ์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของทวีป

3.1.เขตภูมิประเทศ
1. เขตที่ราบสูงและภูเขาทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เขตที่ราบสูงและเทือกเขานี้อยู่ในเขตประเทศโมร็อกโก แอลจีเรียและตูนิเซีย คือ เทือกเขาแอตลาส มียอดเขาสูงสุด ชื่อว่า ยอดเขาเมานต์ตูบคาล (4,167 เมตร) อยู่ในเขตประเทศโมร็อกโก ในเขตเทือกเขาแอตลาสประกอบด้วยเทือกเขาต่างๆ คือ
- เทือกเขาแกรนด์แอตลาสในประเทศโมร็อกโกเป็นแกน
- เทือกเขาแอนติแอตลาสเป็นแนวขนานทางตอนใต้
- เทือกเขาเทลล์แอตลาสเป็นแนวขนานด้านนอกบริเวณชายฝั่งในเขตประเทศโมร็อกโก แอลจีเรียและตูนิเซีย
- เทือกเขาสะฮาราแอตลาสอยู่ทางใต้สุด

2.เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ
แอฟริกามีที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ 4 เขต คือ
1) ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำที่มีบริเวณแคบๆ ส่วนอยู่ในเขตประเทศซูดานและอียิปต์ แม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำในเขตที่ราบสูง มีความยาวที่สุดในแอฟริกา และยาวที่สุดในโลก คือ 6,695 กิโลเมตร เกิดจากที่สูงและภูเขาทางตะวันออกของทวีป ไหลผ่านที่ราบสูงและทะเลทรายสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางเหนือ

2) ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนเจอร์ อยู่ในเขตประเทศมาลี ไนเจอร์ และไนจีเรีย แม่น้ำไนเจอร์เกิดจากภูเขาและที่สูงทางตะวันตกเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านที่ราบลุ่มอันกว้างขวาง บางตอนมีลักษณะเป็นที่ราบต่ำ มีน้ำแช่ขังเป็นที่ชื้นแฉะ ใช้เพาะปลูกไม่ได้ มีความยาวเป็นลำดับที่ 3 ของทวีปแอฟริกา

3) ที่ราบลุ่มแม่น้ำคองโก อยู่ทางตอนกลางทวีปในเขตประเทศคองโก และซาอีร์ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำกว้างขวางมากรองจากที่ราบลุ่มแม่น้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ แม่น้ำคองโกมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาด้านตะวันออกและที่ราบสูงภาคเหนือ มีความยาวเป็นลำดับที่ 2 ของทวีปแอฟริกา และยาวเป็นลำดับที่ 7 ของโลก ไหลผ่านทะเลสาบ ที่ลุ่ม ที่ราบสูงหลายแห่ง จึงมีเกาะแก่งและน้ำตกมากมาย

4) ที่ราบลุ่มแม่น้ำแซมเบซี อยู่ในเขตประเทศแองโกลาและแซมเบีย บอตาสวานา ซิมบับเว ไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดียที่ประเทศโมซัมบิก เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านที่ราบสูงและไหลเชี่ยวมาก ที่ราบลุ่มแม่น้ำนี้จึงมีเป็นบริเวณแคบๆ แม่น้ำในทวีปแอฟริกา มักมีแก่งน้ำตก (Cataract) น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ น้ำตกโบโยมา (น้ำตกสแตนลีย์) ในแม่น้ำคองโก และน้ำตกวิกตอเรียในแม่น้ำแซมเบซี


3. เขตที่ราบสูงและภูเขาสูง
เป็นเขตที่สูงมีอยู่ 2 บริเวณ คือ
1) เขตที่ราบสูงและภูเขาทางภาคตะวันออก เป็นเขตที่มีความสูงมาก ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ได้แก่ ที่ราบสูงเอธิโอเปีย และที่ราบสูงแอฟริกาตะวันออก นอกจากนี้ยังอุดมด้วยภูเขาไฟทั้งที่ยังคุกรุ่นอยู่และดับแล้ว ในเขตนี้มีภูเขาที่มียอดสูงเกินกว่า 3,000 เมตรหลายยอด เช่น ยอดเขาคิลิมานจาโร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในแอฟริกา อยู่ในเขตประเทศแทนซาเนีย (5,870 เมตร) เขตที่สูงทางภาคตะวันออกนี้มีทะเลสาบอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ทะเลสาบวิกตอเรีย (เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของโลก ทะเลสาบแทนแกนยิกา ทะเลสาบมาลาวีเป็นต้น



 

2) เขตภูเขาและที่ราบสูงภาคใต้ ประกอบด้วยที่ราบสูงกว้างเกือบ 1,300 กิโลเมตร จากทางตะวันตกถึงตะวันออก เป็นที่ราบสูงหินแกรนิตอยู่ระหว่างแม่น้ำวาลและแม่น้ำลิมโปโป เรียกว่า เดอะแรนด์ (The Rand) หรือ วิตวอเตอร์สแรนด์ (Witwatersrand) เป็นแหล่งผลิตแร่ทองคำที่สำคัญของโลก ส่วนบริเวณที่สูงที่สุดอยู่ทางตะวันออก เป็นเทือกเขาดราเกนสเบิร์ก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย ทางตอนในของเขตนี้มีลักษณะเป็นแอ่งรูปจานและทางตะวันตกเป็นเขตแห้งแล้งเป็นทะเลทราย ได้แก่ ทะเลทรายคาลาฮารีและทะเลทรายนามิบ

4. เขตที่ราบสูงภาคตะวันตก เป็นที่ราบกว้างใหญ่มีอาณาเขตตั้งแต่ทะเลทรายสะฮาราถึงอ่าวกินี เขตนี้เป็นที่ราบสูงหินเก่า โดยมีพื้นที่ผิวปกคลุมด้วยหิน กรวด ปูน ทราย และดินตะกอน ภูเขาที่สำคัญในเขตนี้ได้แก่ ภูเขาอะฮักการ์ทางตอนใต้ของประเทศแอลจีเรีย ภูเขาทีเบสต์ในประเทศชาด ซึ่งเป็นสภาพภูมิประเทศที่มีส่วนช่วยให้เกิดฝนตกในเขตทะเลทราย ทางใต้ของเขตนี้มีที่ราบสูงหลายแห่ง เช่น ที่ราบสูงกินี ที่ราบสูงจอส ที่ราบสูงแคเมอรูน เป็นต้น


 

3.2. แหล่งน้ำ
1.แม่น้ำ 
1) แม่น้ำไนล์ เป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาว 5,588 กิโลเมตรเกิดจากที่สูงทางด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกา ต้นน้ำคือทะเลสาบวิกตอเรีย ไหลลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน


2) แม่น้ำคองโก เกิดจากที่สูงทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอฟริกา เป็นแม่น้ำเขตศูนย์สูตร ไหลลงมหาสมุทรแอตแลนติก

3) แม่น้ำไนเจอร์ เกิดจากที่สูงทางดานตะวันตกของทวีป ต้นน้ำอยู่ที่ประเทศเซียร์ราเลโอน ไหลลงสู่อ่าวกินี

4) แม่น้ำแซมเบซี อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป มีแอ่งน้ำตก น้ำค่อนข้างไหลเชี่ยว ไหลลงมหาสมุทรอินเดีย ที่ประเทศโมซัมบิก

5) แม่น้ำออเรนจ์ เป็นแม่น้ำทางด้านแอฟริกาใต้ เกิดจากเทือกเขาคราเคนส์เบิร์ก ไหลผ่านปนะเทศแอฟริกาใต้ ลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก

6) แม่น้ำลิมโปโป เป็นแม่น้ำทางด้านแอฟริกาใต้ ลงสู่มหาสมุทรอินเดีย

2. ทะเลสายน้ำจืด
ทะเลสาบน้ำจืดที่สำคัญของทวีปแอฟริกามี 3 แห่งคือ ทะลสาบวิกตอเรียในประเทศแทนซาเนียและยูกันดา เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากทะเลสาบซุพีเรียร์ ทะเลสาบแทนกันยีกาในประเทศคองโกและแทนซาเนีย และทะเลสาบมาลาวีหรือทะเลสาบยาซาในประเทศมาลาวี โมซัมบิก และแทนซาเนีย

 

ภูมิอากาศ

4.1. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศ
ปัจจัยที่ควบคุมลักษณะภูมิอากาศ ของทวีปแอฟริกาให้มีลักษณะแตกต่างกันตามภูมิภาคต่างๆ ดังนี้
1. ที่ตั้ง แอฟริกาตั้งอยู่ระหว่างละติจูด 37 องศาเหนือ-35 องศาใต้ โดยมีเส้นศูนย์สูตรลากผ่านตอนกลางของทวีป ทำให้เนื้อที่ประมาณ 3ใน 4 ส่วนของทวีปอยู่ในเขตร้อน และมีพื้นที่เพียง 1 ใน 4 ที่อยู่ในเขตอบอุ่น

2. ลักษณะภูมิประเทศ เนื้อที่ประมาณ 2 ใน 3 เป็นที่ราบสูง และยังเป็นทวีปที่มีรูปร่างไม่ค่อยเว้าแหว่ง จึงมีอ่าวและคาบสมุทรน้อยมาก ประกอบกับตอนกลางของทวีปตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร เป็นเขตลมสงบที่มีทิศทางการพัดของลมไม่แน่ชัด แอฟริกาจึงได้รับอิทธิพลความชื้นและมวลอากาศจากทะเลน้อยมาก แม้จะมีแนวเทือกเขาทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ก็ไม่มีผลต่อความชื้นภายในทวีปมากนัก

3. กระแสน้ำ
-ทางภาคเหนือด้านชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก มีกระแสน้ำเย็นกรีนแลนด์ไหลมาพบกับกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมบริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือและจมลง แล้วมาโผล่ขึ้นแถบชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา บริเวณชายฝั่งของประเทศโมร็อกโก และดินแดนสะฮาราตะวันตก เรียกว่า กระแสน้ำเย็นคานารี
-ส่วนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และนามิเบีย มีกระแสน้ำเย็นเบงเกลลาไหลผ่าน
ดังนั้น การที่ทวีปแอฟริกาตั้งอยู่ในเขตร้อนแต่มีกระแสน้ำเย็นไหลผ่านชายฝั่ง ย่อมทำให้ดินแดนที่ตั้งอยู่ชายฝั่งเหล่านั้นมีอากาศไม่ร้อนมากนัก

4.2.เขตภูมิอากาศของแอฟริกาแบ่งออกเป็น 6 เขต

1.ป่าดิบชื้น (Tropical Rainforest Climate) 
เป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงตลอดปี และมีปริมาณน้ำฟนเฉลี่ยประจำสูง กล่าวคือ มีอากาศร้อนและฝนตกชุก พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าทึบ หรือป่าดงดิบ ได้แก่ บริเวณชายฝั่งรอบอ่าวกินี ลุ่มแม่น้ำคองโก เขตที่สูงในแอฟริกาตะวันออก และฝั่งตะวันตกของเกาะมาดากัสการ์

2. แบบทุ่งหญ้าสะวันนา (Savanna Climate)
เป็นเขตอากาศที่มีฝนตกชุกในฤดูร้อนและแห้งแล้งในฤดูหนาว พืชพรรณธรรมชาติเป็นต้นไม้สลับทุ่งหญ้า ได้แก่ บริเวณตอนเหนือและตอนใต้ของแนวศูนย์สูตร ซึ่งอยู่รอบๆ เขตป่าดิบชื้น

3. แบบทะเลทราย (Desert Climate)
เป็นเขตที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งมากที่สุด มีฝนตกน้อยกว่า 10 นิ้วต่อปี พืชพรรณธรรมชาติมีอยู่บ้าง เช่น อินทผลัม ตะบองเพชร ได้แก่ บริเวณตอนเหนือของทวีป มีทะเลทรายสะฮาราและทะเลทรายลิเบีย ซึ่งมีอาณาเขตต่อเนื่องกัน มีเนื้อที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร หรือประมาณร้อยละ 30 ของเนื้อที่ทั้งทวีป และเป็นเขตทะเลทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนทางตอนใต้มีทะเลทรายคาลาฮารี และทะเลทรายนามิบ

4. แบบทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย (Steppe Climate)
เป็นเขตที่มีอากาศไม่แห้งแล้งมากเหมือนในเขตทะเลทราย มีฝนตกไม่เกิน 15 นิ้วต่อปี พืชพรรณธรรมชาติ เป็นทุ่งหญ้าสั้น (สเตปป์) ได้แก่ บริเวณตอนกลางของทวีปและตอนใต้ของเส้นศูนย์สูตรระหว่างละติจูด 10-30 องศาใต้ ด้านชายฝั่งตะวันตกของทวีป

5. แบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Climate)
เป็นภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างร้อนและแห้งแล้ง มีแดดจัด ฤดูหนาวอบอุ่นและมีฝนตกค่อนข้างชุก ภูมิอากาศแบบนี้มีอยู่ 2 บริเวณ คือ ทางตอนเหนือที่เรียกว่า ชายฝั่งบาร์บารี ได้แก่ บริเวณชายฝั่งของประเทศโมร็อกโก ตูนิเซีย กับทางตอนใต้ ได้แก่ คาบสมุทรภาคใต้ของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้

6. แบบอบอุ่นชื้น (Humid Subtropical Climate)
เป็นภูมิอากาศชื้นกึ่งร้อน เป็นเขตที่มีฝนตกมากในฤดูร้อน ฤดูหนาวอากาศอบอุ่น เนื่องจากมีกระแสน้ำอุ่นโมซัมบิกไหลผ่าน พบในบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ และภาคใต้ของประเทศโมซัมบิก

 

ทรัพยากรธรรมชาติ

 

แอฟริกาเป็นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีหลายประเภท ซึ่งจำแนกได้ดังนี้

5.1.ทรัพยากรดิน ทวีปแอฟริกาอยู่ในเขตร้อน ทำให้แร่ธาตุและสารอาหารย่อยสลายรวดเร็ว อีกทั้งลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกาเป็นที่สูงจึงง่ายต่อการชะล้างพังทลาย ดินไม่อุดมสมบูรณ์ บริเวณที่มีดินอุดมสมบูรณ์ของทวีปแอฟริกา ได้แก่บริเวณลุ่มแม่น้ำต่างๆ

 

5.2. ทรัพยากรป่าไม้ แอฟริกามีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 1 ใน 5 ของพื้นที่ทวีปแต่บทบาทของป่าไม้ในด้านการค้าและอุตสาหกรรมยังมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่นำมาใช้เพื่อการดำรงชีวิตของประชากรแอฟริกา ไม้ที่สำคัญได้แก่ ไม้เนื้อแข็งในเขตร้อน เช่น ไม้มะฮอกกานี ไม้โอซีบี

5.3. สัตว์ในธรรมชาติ ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีสัตว์หลากหลายชนิด เนื่องจากมีทุ่งหญ้าที่เหมาะสมในการดำรงชีพของสัตว์กินพืช และสัตว์กินเนื้อ มรเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติขึ้นเพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์


ทวีปแอฟริกามีทุ่งหญ้าสะวันนาและทุ่งหญ้าสเตปป์ ทำให้เป็นแหล่งอาหารของสัตว์เป็นจำนวนมาก ทั้งสัตว์ที่กินพืชและสัตว์ที่กินเนื้อ จนได้รับฉายาว่า เป็น “The Big Five of Africa” ได้แก่ สิงโต ช้างแอฟริกา เสือดาว ควายป่า และแรด จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบดูสัตว์ เรียกว่า ซาฟารีแบบเปิด สามารถขัดรถไปเที่ยวชมได้ แต่ต้องได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่ 

5.4 แร่

ทวีปแอฟริกามีทรัพยากรแร่มากมายหลายชนิด และเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของทวีปแอฟริกา แร่ที่ผลิตได้แก่ ทองคำ ผลิตมากที่ประเทศแอฟริกาใต้และกานา เพชร ผลิตมากที่ประเทศแอฟริกาใต้ นามิเบีย และโมซัมบิก และแร่อื่นๆ เช่น เหล็ก


เป็นการร่อนแร่ในอดีตที่ชนผิวขาวเข้ามาล่าอาณานิคมในทวีปเพื่อเอาทรัพยากรแร่ธาตุเช่น เพชร ทองคำ

5.5. พลังงาน
แหล่งพลังงานที่สำคัญของชาวพื้นเมืองในทวีปแอฟริกา ได้แก่ ต้นไม้ และใบไม้ ปัจจุบันทวีปนี้มีอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งได้จากแหล่งพลังงานดังนี้
- ถ่านหิน ในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
- น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พบในทะเลทรายสะฮารา ประเทศที่ผลิตก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ลิเบีย ไนจีเรีย อียิปต์ เป็นต้น

-พลังงานน้ำ มีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อผลิตประแสไฟฟ้าที่สำคัญ ได้แก่เขื่ออัสวานในแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์ เป็นต้น

-นิวเคลียร์ มีแร่ยูเรเนียมจำนวนมากแต่ไม่นิยมนำมาใช้ผลิตประแสไฟฟ้า ประเทศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้

ลักษณะทางสังคมและ วัฒนธรรมของทวีปแอฟริกา

1. ประชากร

ประกอบด้วย
1.1 เชื้อชาติ จำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่ม คือ
-พวกผิวดำ เป็นเผ่าพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของทวีปแอฟริกา เรียกว่า นิกรอยด์ และเป็นประชากรส่วนใหญ่ของทวีปนี้ มีลักษณะเด่นที่ผิวสีดำ ผมสีดำและหยิกหยอย นิโกรในแอฟริกามีอยู่หลายกลุ่มและแต่ละกลุ่มมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น กลุ่มบันตู อาศัยอยู่แอฟริกาตะวันออก แอฟริกากลางและแอฟริกาใต้ เช่น เผ่าวาตูซี มีรูปร่างสูงใหญ่ กลุ่มปิกมี่ มีรูปร่างเตี้ยที่สุด อาศัยอยู่บริเวณป่าดิบลุ่มแม่น้ำคองโกในแอฟริกากลาง กลุ่มบุชแมน มีรูปร่างเล็ก อาศัยอยู่ในเขตทะเลทรายคาลาฮารี ในแอฟริกาตอนใต้ กลุ่มซูดาน นิโกร อาศัยอยู่ในแอฟริกาตะวันตก

-พวกผิวขาว ที่เป็นเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของแอฟริกา ส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของทวีป ได้แก่ พวกอาหรับและเบอร์เบอร์ ส่วนพวกผิวขาวกลุ่มใหม่ที่อพยพไปจากทวีปยุโรปนิยมตั้งถิ่นฐานในเขตอบอุ่นทางตอนใต้ของทวีป โดยเฉพาะในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีประมาณ 7 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีพวกผิวขาวจากปากีสถานและอินเดีย ซึ่งอพยพเข้าไปอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของทวีป

1.2 ภาษา ในทวีปแอฟริกามีภาษาพูดอยู่ไม่น้อยกว่า 1,000 ภาษา ทั้งนี้เนื่องจากเป็นทวีปที่มีประชากรอยู่หลายเผ่าพันธุ์ แต่อาจแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม
1) กลุ่มภาษาเซมิติก ได้แก่ ภาษาอาหรับ เป็นภาษาของคนส่วนใหญ่ในแอฟริกาเหนือ และบางส่วนในแอฟริกาตะวันออก ส่วนกลุ่มภาษาเซมิติกของชาวยุโรปเป็นภาษาของเจ้าอาณานิคมที่เข้ามาปกครอง เป็นภาษที่ใช้กันแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี้ ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และภาษาดัตช์
2) กลุ่มภาษาซูดาน เป็นภาษาของประชากรในประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตทุ่งหญ้าสะวันนาทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮารา
3) กลุ่มภาษาบันตู เป็นภาษาของประชากรในประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคกลางและภาคตะวันออกของทวีป รวมทั้งบางประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ด้วย
4) กลุ่มภาษาเฮาซา เป็นกลุ่มภาษาทางการค้าของประชากรทางภาคตะวันตกของทวีป

1.3 ศาสนา ประชากรส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกายังมีความเชื่อและปฏิบัติตามความเชื่อนั้นสืบ ต่อกันตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน เช่น เรื่องจิตวิญญาณ อำนาจของดวงดาว ภูเขา ต้นไม้ สิ่งมหัศจรรย์ เป็นต้น ส่วนศาสนาที่นับถือกันมาก ได้แก่ ศาสนาคริสต์ มีผู้นับถือมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม นอกจานี้ยังมีชาวอินเดียที่อพยพเข้ามาใหม่นับถือศาสนาฮินดูและศาสนายิงก็มีผู้นับถืออยู่บ้าง

1.4 การศึกษา แอฟริกาเป็นทวีปที่ยากจนและต้องพัฒนาทางด้านวิทยากรสมัยใหม่ แม้ความก้าวหน้าในโลกปัจจุบัน จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ประชากรและรัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องยกระดับและขยายการศึกษาให้ทั่วถึง แต่การขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์และขัดสนทางด้านเศรษฐกิจในเกือบทุกประเทศ ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาการศึกษา นั่นคือประเทศที่ยากจน อัตราส่วนการรู้หนังสือของประชากรจะต่ำ เช่น เอธิโอเปีย มาลี ไนเจอร์ ขณะที่ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้และแทนซาเนีย มีสภาพเศรษฐกิจดีกว่าประเทศทั้งสามนี้มีอัตราส่วนของผู้รู้หนังสือสูงร้อยละ 60 และ 85 เป็นต้น

1.5 การกระจายและความหนาแน่นของประชากร
พ.ศ.2548 ทวีปแอฟริกามีประชากรประมาณ 905 ล้านคน
-เขตที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ได้แก่ บริเวณที่มีสภาพแวดล้อมธรรมชาติส่งเสริมต่อการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย คือ มีความชื้นเพียงพอ มีดินอุดมสมบูรณ์และมีอากาศไม่ร้อนจัดเกินไป ได้แก่
1) ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ ในประเทศอียิปต์ เป็นแหล่งที่มีน้ำและดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก
2) ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนเจอร์และชายฝั่งอ่าวกินี ได้แก่ บริเวณชายฝั่งตั้งแต่ประเทศแกมเบียถึงคองโก เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากทะเล อากาศจึงไม่ร้อนจัดจนเกินไป มีความชื้นเพียงพอมีที่ราบชายฝั่งเป็นแนวยาว และมีที่ราบลุ่มแม่น้ำไนเจอร์เป็นแหล่งที่มีดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การอยู่อาศัยและประกอบอาชีพเกษตรกรรม
3) ที่ราบสูงภาคตะวันออก ได้แก่ บริเวณประเทศเอธิโอเปีย ยูกันดา เคนยา และแทนซาเนีย เป็นเขตที่มีอากาศไม่ร้อนจัดเกินไปเพราะเป็นบริเวณที่ราบสูง มีพืชพรรณธรรมชาติเป็นทุ่งหญ้าเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์และอากาศอบอุ่นสบาย
4) คาบสมุทรภาคใต้ ในเขตประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีอากาศอบอุ่นและมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ

-เขตที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง ได้แก่ ดินแดนที่ทุรกันดารและเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีพ มีอากาศแห้งแล้งและมีอากาศร้อนมากตลอดปี เช่น บริเวณทะเลทรายสะฮารา ทะเลทรายคาลาฮารี และเขตที่มีปริมาณน้ำฝนสูงและตกชุกตลอดปีเป็นที่ชื้นแฉะ พืชพรรณเป็นป่าดงดิบ เช่น แถบลุ่มแม่น้ำคองโก พื้นที่ชายฝั่งอ่าวกินี เป็นต้น

2. อาชีพและทรัพยากร
1. การเพาะปลูก การเพาะปลูกของทวีปแอฟริกามีผลผลิตแต่ละปีได้ไม่เพียงพอแก่การบริโภคภายในทวีป จึงต้องสั่งเข้าจากส่วนอื่นของโลก ลักษณะการเพาะปลูกมีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ คือ
1) เขตร้อนชื้น ได้แก่ แอฟริกาตะวันตก ลุ่มแม่น้ำคองโกและชายฝั่งแอฟริกาตะวันออกมีอากาศร้อนชื้น เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเมืองร้อน เช่น โกโก้ ปลูกมากที่สุด ประเทศกานาเป็นประเทศที่ส่งเมล็ดโกโก้ออกจำหน่ายมากที่สุดในโลก พืชสำคัญอื่นๆ ได้แก่ เผือก มัน ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ถั่วลิสง อ้อย ยางพารา

กาแฟ

โกโก้

2) เขตลุ่มน้ำไนล์ มีอากาศร้อนและแห้งแล้งแต่ได้รับน้ำจากการชลประทาน พืชสำคัญได้แก่ ฝ้าย ชา อินทผลัมและข้าวฟ่าง

3) เขตเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ ตอนเหนือสุดและใต้สุดของทวีป มีการปลูกพืชผลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น ส้ม องุ่น มะกอก ข้าวสาลี เป็นต้น
4) เขตอบอุ่นชื้น ได้แก่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป มีการปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด และไม้ผล

2. การเลี้ยงสัตว์ 
เป็นอาชีพที่พบมากที่สุด เพราะแอฟริกาเป็นทวีปที่มีเขตทุ่งหญ้ากว้างขวาง แต่การเลี้ยงสัตว์ก็ประสบปัญหาสำคัญ คือ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮารามีการเลี้ยงสัตว์มากเกินไป เป็นการทำลายทุ่งหญ้าอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนในเขตร้อนทางภาคกลางของทวีปมีแมลงเซตซี (Tsetse fly) ที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคเหงาหลับ (Sleeping sickness) เข้าสู่สัตว์เลี้ยงจนบางแห่งไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ สัตว์เลี้ยงสำคัญของทวีปแอฟริกา ได้แก่
- โคพันธุ์พื้นเมือง เป็นโคเขายาวที่นิยมเลี้ยงกันทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของทวีป การเลี้ยงโคของชาวแอฟริกานอกจากเพื่อใช้แรงงานและใช้เนื้อเป็นอาหารแล้ว ยังแสดงถึงฐานะทางสังคมด้วย กล่าวคือ ผู้มีจำนวนโคมากแสดงถึงความมีฐานะดีและเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม
- โคพันธุ์ต่างประเทศ เป็นโคที่นำมาจากต่างประเทศเลี้ยงไว้ เพื่อใช้เนื้อและนม เลี้ยงกันมากทางตอนใต้และตอนเหนือของทวีป ในเขตอากาศอบอุ่นชื้นและเขตเมดิเตอร์เรเนียน
- แพะและแกะ นิยมเลี้ยงแบบเร่ร่อน ซึ่งพบในประเทศที่มีอากาศแบบทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย
- อูฐ เป็นสัตว์เลี้ยงในเขตแห้งแล้ง เพื่อใช้เป็นสัตว์พาหนะและใช้เนื้อเป็นอาหาร
- ลา เลี้ยงไว้เป็นสัตว์พาหนะในเขตทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย

3. การล่าสัตว์ แอฟริกาเป็นทวีปที่สัตว์ป่าชุกชุมและมีมากมายหลายชนิด ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของแอฟริกา เช่น พวกปิกมี่ แถบลุ่มแม่น้ำคองโก และพวกบุชแมน ในเขตทะเลทรายคาลาฮารี ยังดำเนินชีวิตโดยการล่าสัตว์ป่าเอาไปขาย สินค้าจากป่าแอฟริกาที่ต่างชาติสนใจ ได้แก่ งาช้าง และนอแรด ต่อมาต่างชาติโดยเฉพาะชาวยุโรปนิยมเดินทางไปล่าสัตว์ในแอฟริกามากขึ้น จึงทำให้จำนวนสัตว์ป่าลดลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันประเทศต่างๆ ในแอฟริกาจึงได้จัดทำเขตรักษาพันธุ์สัตว์แห่งชาติ เช่น ประเทศเคนยา เอธิโอเปีย เป็นต้น และเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้าชมโดยจ่ายเงินค่าธรรมเนียมแก่รัฐบาล ที่รู้จักกันในชื่อ ซาฟารี (Safari) แต่ปัจจุบันทุกประเทศต่างมีนโยบายอนุรักษ์สัตว์ป่า ทำให้ซาฟารีหมดความสำคัญไป

4. การประมง การประมงไม่ได้เป็นอาชีพสำคัญของชาวแอฟริกาจะมีบ้าง ได้แก่ การจับปลาเล็กๆ น้อยๆในแม่น้ำต่างๆ ส่วนการประมงน้ำเค็มมีน้อยมาก แหล่งจับปลาน้ำเค็ม ได้แก่ น่านน้ำชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เป็นประเทศที่จับปลาได้มากที่สุดในแอฟริกา

5. การทำป่าไม้ เขตที่มีความสำคัญในการทำป่าไม้ในแอฟริกา คือ บริเวณทางชายฝั่งอ่าวกินี และบริเวณลุ่มแม่น้ำคองโก เป็นแหล่งที่มีป่าไม้อยู่มากและอยู่ใกล้ทะเล ซึ่งสามารถขนส่งได้ง่าย กับเขตที่ราบสูงของแอฟริกาตะวันออก

6. การทำเหมืองแร่ แร่ที่สำคัญของแอฟริกา ได้แก่ เพชร ทองคำ ยูเรเนียม ถ่านหิน ใยหิน เหล็ก แมงกานีส ทองแดง ดีบุก บอกไซต์ และฟอสเฟต มีแหล่งผลิตดังนี้
1) เพชร แหล่งเพชรที่สำคัญ ได้แก่ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ นามิเบีย บอตสวานา ซิมบับเว และโมซัมบิก
2) ทองคำ ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซิมบับเว กานา ผลิตทองคำได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก แหล่งสำคัญอยู่ที่วิตวอเตอร์สแรนด์ในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
3) ถ่านหิน มีในรัฐทรานสวาล และนาทาลในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เป็นแหล่งสำคัญที่สุดในแอฟริกา
4) น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ มีในเขตทะเลทรายสะฮารา ได้แก่ ลิเบีย ไนจีเรีย แอลจีเรีย อียิปต์
5) เหล็ก พบมาในเขตที่ราบสูงมาลาวี ซิมบับเว โมร็อกโก แต่มีปริมาณไม่มาก
6) ทองแดง พบมากในแคว้นคาดังกา ประเทศซาอีร์ ผลิตได้มากที่สุดในแอฟริกา

7. การอุตสาหกรรม แอฟริกาเป็นทวีปที่มีความล้าหลังทางด้านอุตสาหกรรม ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม คือสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ประเทศที่มีผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรมทำรายได้เข้าประเทศบ้าง ได้แก่ ซิมบับเว สวาซิแลนด์ โมร็อกโก เซเนกัล ส่วนประเทศที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้แก่ ตูนิเซีย โมร็อกโก อียิปต์ เคนยา แอลจีเรีย

8. การค้ากับต่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศต่างๆ ในแอฟริกากับภูมิภาคอื่นของโลก ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้า จะมีประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าบ้างก็เฉพาะประเทศผู้ผลติน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ กับประเทศโกตดิวัวร์และรวันดาเท่านั้น ที่ได้ดุลการค้าในการค้าขายกับต่างประเทศ ลักษณะการค้ากับต่างประเทศ ดังนี้
1) สินค้าออก ที่สำคัญได้แก่ น้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ อาหาร ยาสูบ และวัตถุดิบต่างๆ ตลาดรับซื้อสินค้าจากแอฟริกา ได้แก่ กลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆในยุโรปตะวันออก
2) สินค้าเข้า ที่สำคัญได้แก่ เครื่องจักรกล ยานยนต์ อุปกรณ์การขนส่งสินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำมันดิบ และแก๊สธรรมชาติ แหล่งที่ส่งสินค้าเข้าสู่แอฟริกา ได้แก่ กลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มโอเปค สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

9. การคมนาคม 
ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีความล้าหลังทางการคมนาคมขนส่งมากกว่าทุกทวีป ทั้งเพราะประเทศ ส่วนใหญ่ยากจน ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะนำมาพัฒนาในด้านนี้ และนอกจากนี้ทวีปแอฟริกายังมีลักษณะภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมขนส่งด้วย

1) ทางบก นอกจากความขาดแคลนทางด้านเศรษฐกิจแล้ว แอฟริกายังมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างถนนและทางรถไฟ เพราะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และมีเขตทะเลทรายอันกว้างขวางทางตอนเหนือและตอนใต้ เป็นบริเวณที่ไม่มีค่าทางเศรษฐกิจและแทบไม่มีประชากรอาศัยอยู่ การสร้างเส้นทางคมนาคมในเขตนี้จึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ส่วนเขตแม่น้ำคองโกทางภาคกลางเป็นเขตที่ราบลุ่มที่ปกคลุมด้วยป่าดิบอันกว้างขวาง ก็เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมขนส่ง ทั้งยังประชากรอาศัยอยู่เบาบางมาก พื้นที่ดังกล่าวจึงแทบไม่มีถนนอยู่เลย แอฟริกาเป็นทวีปที่ไม่มีถนนหรือทางรถไฟสายยาวข้ามทวีปเหมือนทวีปอื่นๆ บริเวณที่มีเส้นทางคมนาคมขนส่งทางบกอยู่บ้าง ก็มักเป็นเส้นทางสายสั้นๆ ได้แก่ ประเทศต่างๆที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลโดยเฉพาะสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มีเส้นทางคมนาคมขนส่งหนาแน่นกว่าทุกประเทศ

2) ทางน้ำ เส้นทางคมนาคมทางทะเลมีความสำคัญต่อแอฟริกามาก ทั้งนี้เพราะแอฟริกาตั้งอยู่ในเส้นทางเดินเรือระหว่างทวีปยุโรปกับทวีปเอเชีย และทวีปยุโรปกับทวีปออสเตรเลีย หลายประเทศในทวีปนี้ ได้มีการปรับปรุงเมืองท่าน้ำลึกให้เรือสินค้าและเรือเดินสมุทรเข้าเทียบท่าได้ และกลายเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่หลายเมือง เช่น อะเล็กซานเดรีย ในอียิปต์ เคปทาวน์ในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ คาซาบลังกาในโมร็อกโก มันโรเวียในไลบีเรีย เป็นต้น

3) ทางอากาศ แอฟริกาเป็นทวีปมีสายการบินที่ใช้ติดต่อกันทั้งภายในทวีปและระหว่างทวีป ศูนย์กลางคมนาคมทางอากาศ ได้แก่ ไคโรในอียิปต์ คาร์ทูมในซูดาน แอลเจียร์ในแอลจีเรีย ไนโรบีในเคนยา ลากอสในไนจีเรีย โจฮันเนสเบิร์กและเคปทาวน์ในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้

สายการบินแอฟริกาใต้

สมาชิก

1.นางสาวศิริกาญจ์   พิญญพงษ์    เลขที่ 32  ชั้น ม.3/13

2.นางสาวอภิชญา     เครือบุตร     เลขที่ 39  ชั้น ม.3/13